แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮวงจุ้ย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฮวงจุ้ย แสดงบทความทั้งหมด

ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ เดือน กุมภาพันธ์ ปี 2557


เข้าสู่เดือนแห่งความรัก เดือนที่หลายคนรอคอย โดยเฉพาะคู่รัก คู่ใหม่ ยังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ ปลามันส์ หรือกำลังเริ่มต้นความสัมพันธ์อันหวานชื่น แต่สำหรับคู่แท้ ที่รักกันไปยืนยาวนั้น ไม่ว่าเดือนไหน วันไหน สถานที่ใด ความรักก็ยังคงเบ่งบานหวานชื่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ฤกษ์ดีก็เช่นเดียวกัน แม้จะเป็นวันดีแค่ไหน แต่หากยังไม่มีความพร้อมด้านต่างๆ ฤกษ์ดี ก็ไม่อาจมีประโยชน์ได้ เอาหละครับ สำหรับใครที่พร้อมแล้ว และความพร้อมนั้น ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งมีฤกษ์ดี 2 วันด้วยกัน ดังนี้
 

ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ กุมภาพันธ์ 2557


ตรงกับวันศุกร์ ที่ 14 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันดี มิ่งมงคล ภูมิปาโลฤกษ์เป็น วัน ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขึ้นบ้านใหม่ ลงเสาเอก ปลูกบ้าน จะส่งผลให้เกิดความสามัคคีปรองดองภายในครอบครัว และเพื่อนบ้าน สร้างความอบอุ่นรักใคร่กลมเกลียวกัน มีความเจริญรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ทั้งด้านความเป็นอยู่อาศัยและทรัพย์สินเงิน ทอง

ตรงกับวันอาทิตย์ ที่ 16 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 แรม 2 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันดี ศรีมงคล ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ในวันนี้ ช่วยส่งผลให้เกิดความมั่นคงด้านหน้าที่การงาน ยศตำแหน่ง เป็นที่นับหน้าถือตา เป็นผู้นำของสังคม หากท่านที่ต้องการความก้าวหน้าด้านการงาน หรือความเจริญรุ่งเรืองของธุรกิจ วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดียิ่ง ทำให้ธุรกิจการงานราบรื่นเป็นอย่างดี เป็นที่รู้จักในสังคม

จุดเริ่มต้นที่ดี สิ่งดีๆ ย่อมตามมา ฤกษ์ มงคล เป็นความเชื่อด้านโหราศาสตร์ เกี่ยวกับจังหวะของชีวิต วันและเวลาที่ต่างกัน ย่อมให้ผลที่ต่างกัน ทั้งนี้ ฤกษ์ดี ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด แต่การปฏิบัติตนเป็นบุคคลที่ดี มี “สติ” อยู่ ในศีลธรรม ทำหน้าที่การงานอย่างสุจริต ย่อมเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตพบเจอกับความโชคดี เจริญก้าวหน้า มั่งมีศรีสุข เมื่อผสานรวมกับฤกษ์ที่ดี ความโชคดีก็ยิ่งเพิ่มพูน แต่หากประพฤติปฏิบัติไม่ดี สิ่งที่เป็นมงคลย่อมเสื่อมลงไปเช่นกัน สำหรับฤกษ์ดีที่เหมาะเจาะไปแต่ละบุคคลนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมในด้านต่างๆ หากตัวท่านเองยังไม่พร้อมที่จะกระทำการสิ่งใด แม้จะตรงกับวันดี ฤกษ์ดี ก็ไม่ได้นับรวมว่าเป็นฤกษ์ที่ดีได้ การที่จะดูฤกษ์ให้ดีแท้ได้นั้น เจ้าของฤกษ์ต้องพร้อมเสียก่อน ถึงจะเป็นฤกษ์ที่ดีที่สุด

 ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : Homegang

ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ เดือน มกราคม ปี 2557


อีกไม่กี่วัน ไม่กี่อึดใจ เข้าสู่ปีใหม่กันอีกแล้ว บ้านไอเดีย หวังเพียงว่า อยากให้สถานการณ์บ้านเมืองของเรา ได้มีทางออกที่ดีขึ้น เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ ให้กับปวงชนชาวไทยทุกๆ คน สำหรับปี 2557 นี้ ตรงกับปีมะเส็ง ขอนำฤกษ์ดี ขึ้นบ้านใหม่ มาให้คุณผู้ชมที่กำลังสร้างบ้าน ย้ายบ้าน ขึ้นบ้านใหม่ หรือกิจกรรมมงคลต่างๆ ด้านที่อยู่อาศัย ในเดือน มกราคม 2557 มีฤกษ์ดีทั้งหมด 3 วัน ดังนี้

ฤกษ์ดีเดือนมกราคม 2557


ตรงกับวันศุกร์ ที่ 10 เดือน มกราคม พ.ศ. 2557 ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 2 เป็นวันดี มิ่งมงคล ภูมิปาโลฤกษ์ เป็นวัน ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขึ้นบ้านใหม่ ลงเสาเอก ปลูกบ้าน จะส่งผลให้เกิดความสามัคคีปรองดองภายในครอบครัว และเพื่อนบ้าน สร้างความอบอุ่นรักใคร่กลมเกลียวกัน มีความเจริญรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ทั้งด้านความเป็นอยู่อาศัยและทรัพย์สินเงิน ทอง เรียกได้ว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของปีใหม่นี้เลย

ตรงกับวันอาทิตย์ ที่ 26 เดือน มกราคม พ.ศ. 2557 แรม 11 ค่ำ เดือน 2 เป็นวันดี ราชาฤกษ์ สำหรับท่านที่ขึ้นบ้านใหม่ ลงเสาเอก ย้ายบ้าน หรือดำเนินพิธีมงคงต่างๆ ในวันนี้ จะได้รับการเชิดหน้าชูตาในสังคม มีสง่าราศรี อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ทรงเกียรติ ส่งผลให้หน้าที่การเงิน ยศตำแหน่งเลื่อนขั้น เป็นไปอย่างราบรื่น อยู่เย็นเป็นสุข อุดมสมบูรณ์

ตรงกับวันศุกร์ ที่ 31 เดือน มกราคม พ.ศ. 2557 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3  เป็นวันดี มิ่งมงคล ภูมิปาโลฤกษ์ เป็นวัน ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขึ้นบ้านใหม่ ลงเสาเอก ปลูกบ้าน จะส่งผลให้เกิดความสามัคคีปรองดองภายในครอบครัว และเพื่อนบ้าน สร้างความอบอุ่นรักใคร่กลมเกลียวกัน มีความเจริญรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ทั้งด้านความ

จุดเริ่มต้นที่ดี สิ่งดีๆ ย่อมตามมา ฤกษ์ มงคล เป็นความเชื่อด้านโหราศาสตร์ เกี่ยวกับจังหวะของชีวิต วันและเวลาที่ต่างกัน ย่อมให้ผลที่ต่างกัน ทั้งนี้ ฤกษ์ดี ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด แต่การปฏิบัติตนเป็นบุคคลที่ดี มี “สติ” อยู่ ในศีลธรรม ทำหน้าที่การงานอย่างสุจริต ย่อมเป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตพบเจอกับความโชคดี เจริญก้าวหน้า มั่งมีศรีสุข เมื่อผสานรวมกับฤกษ์ที่ดี ความโชคดีก็ยิ่งเพิ่มพูน แต่หากประพฤติปฏิบัติไม่ดี สิ่งที่เป็นมงคลย่อมเสื่อมลงไปเช่นกัน สำหรับฤกษ์ดีที่เหมาะเจาะไปแต่ละบุคคลนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมในด้านต่างๆ หากตัวท่านเองยังไม่พร้อมที่จะกระทำการสิ่งใด แม้จะตรงกับวันดี ฤกษ์ดี ก็ไม่ได้นับรวมว่าเป็นฤกษ์ที่ดีได้ การที่จะดูฤกษ์ให้ดีแท้ได้นั้น เจ้าของฤกษ์ต้องพร้อมเสียก่อน ถึงจะเป็นฤกษ์ที่ดีที่สุด

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : Homegang

ฮวงจุ้ย 11 ข้อควรรู้ การจัดห้องนอนสำหรับคู่รัก


+-+ เนื่องจาก วันนี้ เป็นวันดี ตรงกับวันที่ 11 เดือน 11 ปี 11 จึงทำให้หลายๆ คู่ ที่คบหาดูใจกันมานาน ได้ตกลงปลงใจ ถือเอาวันฤกษ์ดีนี้ คลองคู่รักกันอย่างเป็นทางการ ทางเว็บไซต์ บ้านไอเดีย จึงขอ เกาะกระแสความฮอท ของวันดีๆ วันนี้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำ บทความ ฮวงจุ้ย ที่เหมาะกับคู่รัก โดยกล่าวถึง เรื่องของตำแหน่งเตียงนอน

-ห้องหอ หรือห้องนอน ที่คู่รักต้อง ใช้พักผ่อนร่วมกัน เป็นสถานที่สำคัญที่สุดสำหรับคู่แต่งงานทุกๆคู่ และเตียง จัดได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของห้องทั้งห้อง ดังนั้น การจัดวางตำแหน่งเตียงนอน ภายในห้องหอ จึงไม่อาจมองข้ามได้เลย ทั้งนี้ คู่รักหลายๆคู่ อาจละเลยไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้สักเท่าไหร่ โดยไม่ได้ตระหนักว่า การจัดเตียงนอนนั้นจะมีผลกับสนามพลังในร่างกายของมนุษย์ และสนามพลังภายในบ้าน อาจไม่กลมกลืนกัน และสุดท้าย จะส่งผลกระทบกับสภาวะจิตใจของผู้อยู่อาศัย ทำให้ ทั้งสามีและภรรยามีปัญหาขัดแย้งกัน ดังนั้น เราจึงไม่ควรมองข้าม

ตามตำรา ฮวงจุ้ย จีนโบราณ และข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ สามารถสรุปสาระสำคัญสำหรับการจัดห้องหอ ได้ดังต่อไปนี้

1. เตียงของคู่สมรส ไม่ควรเป็นสีชมพู เพราะอาจส่งผลให้สภาพจิตใจอ่อนไหว อ่อนแอ หวาดกลัว จิตใจไม่สงบ และหงุดหงิดง่าย

2. ตำแหน่งเตียงนอน ไม่ควรอยู่ชิดซ้ายในด้านตะวันตก เพราะอาจส่งผลให้สามีและภรรยาแตกแยกกันได้

3. หัวเตียง ทั้งสองด้าน ไม่ควรอยู่ตรงกับประตูห้องน้ำ หรือประตูห้อง เพราะอาจส่งผลให้สุขภาพอ่อนแอ วิตกกังวลได้

4. ไม่ควรมีทีวี ภายในห้องนอน อาจส่งผลให้สุขภาพจิตใจที่อ่อนแอได้

5. ไม่ควรมีกระจก อยู่ตรงด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหน้าของเตียงนอน อาจส่งผลให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันได้

6. ห้องนอน ควรมีอากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก เพื่อป้องกันไม่ให้มีกลิ่นอับ โดยเฉพาะห้องเรือนหอ มักเป็นห้องใหม่ อาจมีกลิ่นสี ทินเนอร์ หลงเหลืออยู่ อาจส่งผลกระทบกับ ระบบทางเดินหายใจ

7. ไม่ควรวางเครื่องเสียง ไว้บนตู้หัวเตียง อาจส่งผลให้สภาพจิตใจอ่อนแอได้

8. ไม่ควรแขวนภาพแต่งงานไว้เหนือหัวเตียง อาจสร้างความกัดดันและนอนฝันร้าย

9. บนหัวเตียง ควรมีไฟซ่อนอยู่ ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูอบอุ่น แต่ห้ามใช้ไฟแบบแขวน

10. หัวเตียงควรมีที่พึ่งพิง ไม่ควรปล่อยเว้นให้โล่ง ควรจัดให้ชิดกำแพงจะดีที่สุด

11. เตียงที่ถูกหลักควรมีขา ไม่ควรใช้เตียงที่ติดกับพื้น เพราะจะส่งผลให้เกิดความชื้นจากพื้น อาจแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้การทำงานของหัวใจอ่อนแอลง และทำให้รู้สึกไม่มีชีวิตชีวา

ห้องหอ ถือว่าเป็นห้องที่ศิริมงคล ต่อชีวิตคู่ รวมถึงต่อครอบครัว ควรมุ่งเน้นจัดให้ห้องดูอบอุ่น ทางเว็บไซต์ ขออวยพรให้ คู่รักทุกๆ ท่าน ได้สุขสมหวัง มีความรักที่ยั่งยืนตลอดไป มีความเจริญรุ่งเรืองนะครับ

 ฮวงจุ้ย โดย  : อ.ตั้ม
ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : บ้านไอเดีย


ฮวงจุ้ย การตกแต่งบ้าน


+-+ สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้งสำหรับบทความเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ย วันนี้ จะแนะแนวทางเกี่ยวกับ จำนวนห้องที่เหมาะสม ภายในบ้าน โดยตำราฮวงจุ้ยโบราณกล่าวว่า จำนวนห้องภายในบ้านนั้น เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อดวงชะตาของเจ้าบ้าน รวมถึงสุขภาพร่างกายอีกด้วย

– คนจีนโบราณเชื่อว่า จำนวนห้องที่เป็นศิริมงคลต่อเจ้าของบ้านนั้น คือ 1,5,6,7 และ 9 ห้อง โดยนับรวมทุกห้องภายในบ้าน โดยดูง่ายๆว่า บริเวณใดมีกำแพงกั้นทั้งสี่ด้าน ก็จะนับเป็นห้อง รวมตั้งแต่ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับแขก ห้องทำงาน หรือห้องอื่นๆ ที่มีอยู่

– ครอบครัวส่วนใหญ่ที่เป็นครอบครัวเล็กๆ อาจจะมีจำนวนสมาชิกไม่มากนัก ทำให้จำนวนห้องไม่ตรงกับหลักฮวงจุ้ย เช่น มีเพียง 3-4 ห้องเท่านั้น ก็ไม่ต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด วิธีแก้เคล็ดง่ายๆ ก็คือ คุณอาจหาฉาก ทำการกั้นห้องเพิ่มเติม เพื่อให้ดูเป็นสี่เหลี่ยมกัน อย่างเช่น ภายในห้องนอนของคุณ อาจเพิ่มห้องแต่งตัวเป็นฉากกั้นเล็กๆ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ หรือ ภายในห้องครัว อาจกั้นแยกเป็น ห้องทำอาหาร และ ห้องรับประทานอาหาร หากไม่ต้องการทำฉากกั้น อาจใช้เป็นผ้าม่านกั้นรอบก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแค่นี้ ก็สามารถเสริมสร้างความเป็นศิริมงคลได้แล้ว จะส่งผลให้เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัย มีสุขภาพที่ดี อีกทั้งยังส่งเสริมกับดวงชะตาอีกด้วย

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : Homegang 

ฮวงจุ้ยห้องรับแขก ทำเลการตั้งที่เหมาะสม



 ห้องรับแขกเป็นห้องที่เสริมสง่าราศีให้กับบ้านได้เป็นอย่างดี บ่งบอกถึง รสนิยม นิสัย และฐานะของเจ้าของบ้าน  เพราะการสร้างความประทับใจต่อแขกผู้มาเยี่ยมเยือนนั้น อยู่ที่การตกแต่งห้องรับแขกเป็นสำคัญ แต่ในปัจจุบันนั้น บ้านจะมีลักษณะแคบ พื้นที่มีน้อย จึงสร้างความยุ่งยากในการจัดตกแต่งห้องรับแขกได้ เพื่อความสวยงามและเป็นสัดส่วนของห้อง หลายๆบ้านจึงนิยมใช้ฉากกั้นห้องมาเป็นตัวช่วย นอกจากเป็นของแต่งบ้านที่ไว้จัดสรรพื้นที่แล้ว ยังสร้างความสวยงามให้แก่บ้านได้อีกด้วย  ตามตำราฮวงจุ้ยได้กล่าวถึงลักษณะของฉากกั้นห้องที่ดี และช่วยเพิ่มการไหลเวียนพลังให้แก่บ้านไว้ดังนี้



  • ฉากกั้นห้องที่ดีนั้น ต้องไม่สูง ไม่เตี้ยจนเกินไป มีขนาดพอดีกับห้องนั้นๆ อย่างเช่นบ้านที่มีพื้นที่น้อย ก็ไม่ควรใช้ฉากกั้นห้องที่ใหญ่ เพราะจะยิ่งทำให้ห้องมีความคับแคบยิ่งขึ้นไปอีก
  • สีของฉากกั้นห้อง ควรเป็นสีโทนสว่าง ไม่ใช้สีทึบ และมืด ช่องต่างๆในฉากกั้นห้องก็เช่นเดียวกัน ควรทำจากวัสดุโปร่งใส โปร่งแสงเช่น กระจกฝ้า กระดาษสีขาว เป็นต้น  หากใช้สีและวัสดุที่ทึบแสง จะทำให้ห้องดูคับแคบ ไม่สบายตา อึดอัด หรือหากว่าฉากกั้นมีความมืดจนเกินไป ให้ติดหลอดไฟไว้ที่ฉาก เพื่อเพิ่มแสงสว่างให้แก่ห้อง
  • ฉากกั้นห้องที่ดี ต้องมีความสะอาด ไม่มีฝุ่นเกราะหนา ไม่มีความชำรุด ช่องในฉากกั้น ต้องมีความสมบูรณ์ ไม่แตกร้าว เป็นรู หมั่นดูแลรักษาฉากกั้นห้องให้อยู่ในสภาพที่ดี เหมาะแก่การใช้งานอยู่เสมอ
ไม่เพียงแต่ห้องรับแขกเท่านั้นนะค่ะ ที่ต้องดูแลให้ดีอยู่เสมอ ห้องอื่นๆ ส่วนอื่นๆของบ้านก็เช่นเดียวกัน เพราะการเพิ่มพลังฮวงจุ้ยทุกส่วนมีความสำคัญ จะให้ดีแค่ส่วนเดียว ห้องเดียว แต่ส่วนอื่น ห้องอื่นไม่ดีก็ย่อมไม่ได้ผลเช่นกัน

ฮวงจุ้ย โดย : อาจารย์ ตันมิงฉัน
ผู้แปล : ไอรีน เป 100 วิธี ฮวงจุ้ยน่ารู้

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : บ้านไอเดีย


ฮวงจุ้ย บ้าน แก้เคล็ดเรียกเงินทองเข้าบ้าน


ถ้าบางคนสงสัยว่าทำไมทำงาน แล้วเงินที่ได้มาถึงหมดไปอย่างรวดเร็ว หรือบางคนเก็บเงินไม่อยู่ คุณเชื่อไหมว่าการจัดบ้านก็ส่งผลให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้เหมือนกัน สำหรับการจัดบ้านตามหลัก ฮวงจุ้ย ถือว่าสำคัญอย่างมาก  Horoscope.Mthai.com จึงนำวิธีการ แก้เคล็ดเรียกเงินทองเข้าบ้าน มาฝากกัน จะต้องจัดแบบไหนบ้าง ไปดูกันเลยครับ

ให้แขวนกระดิ่งหรือระฆังเล็ก ๆ ผูกด้ายแดงแขวนเอาไว้ที่ลูกบิดประตูทางด้านนอกก่อนเข้าในบ้านหรืออาคาร กระดิ่งหรือระฆังจะช่วยดึงดูดโชคเข้าสู่บ้านและให้แขวน เหรียญจีนโบราณ (เหรียญ กลมที่มีรูตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยม) 3 เหรียญที่ผูกด้วยด้านแดงเอาไว้ที่ลูกบิดประตูด้านในของบ้านหรืออาคาร เหรียญจีนจะช่วยเรียกเงินทองให้ ผ่านเข้ามาสู่ในบ้าน

การแก้เคล็ดแบบนี้นี้ควรทำที่ประตู หน้าเท่านั้นเพียงพอ และการแก้เคล็ดแบบนี้จะมีผลมากเป็นพิเศษถ้าประตูหน้าตั้งอยู่ในทิศตะวันตก หรือตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะทิศทั้งสองนี้มีธาตุ โลหะเป็นธาตุประจำทิศ ซึ่งทั้งเหรียญจีนและกระดิ่งหรือระฆังก็ทำจากโลหะจึงเป็นมงคลต่อทิศไปด้วยพร้อมกัน


การใช้เหรียญจีนโบราณจะใช้เพียง 3 เหรียญก็เพียงพอสำหรับการ แก้เคล็ด นี้ ไม่จำเป็นต้องใช้เหรียญให้มาก ๆ เพื่อหวังว่าเงินทางจะได้ไหลเข้ามามาก ๆ และห้ามไม่ให้ใช้ เหรียญจีนโบราณจำนวน 5 เหรียญผูกเข้าไว้ด้วยกันเพราะมันไม่เกิดประโยชน์ต่อการเรียกเงินทองให้เพิ่ม ขึ้น แต่จะกลายเป็นอัปมงคลแทนอีกด้วย

ในกรณีกระดิ่งหรือระฆังที่จะใช้ทำจากโลหะ ให้แขวนไปทางทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเฉียงเหนือหรือทิศเหนือ

ในกรณีกระดิ่งหรือระฆังที่ทำจากเซรามิค ให้แขวนทางทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉียงใต้


ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : variety.teenee.com  
และภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : baannatura.com

ฮวงจุ้ยบ้านด้วยปรัชญาหยิน-หยาง


หลายๆ ท่านคงเคยเห็นสัญลักษณ์ ”ไท่เก๊ก” ที่แทนปรัชญาหยิน-หยาง อันเป็นบ่อเกิดของหลักวิชาฮวงจุ้ยอันเป็นภูมิปัญญาของชาวจีนโบราณกันบ้าง แล้ว แนวคิดเรื่องหยินและหยางนี้ เชื่อว่าสรรรพสิ่งไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติวัตถุ พลังงานหรือสิ่งมีชีวิต ล้วนแบ่งออกเป็น 2 อย่างที่แตกต่างกัน โดยหยิน คือ ความมืด, สงบนิ่ง, เพศหญิง, อ่อนนุ่ม, กลวง เป็นต้น ส่วนหยาง คือ ความสว่าง, เคลื่อนไหว, เพศชาย, แข็ง, ตัน เป็นต้น


ภาพไท่เก๊กยังแสดงถึงการรวมกันของหยินและ หยางอย่างสมดุลไม่แยกจากกันและไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นหยินทั้งหมดหรือเป็นหยาง ทั้งหมด นั่นคือในหยินจะมีหยางและในหยางก็จะมีหยิน ทุกอย่างไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ แต่ทั้งหมดจะมีรูปแบบที่สัมพันธ์กัน เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัตตลอดเวลา




เมื่อนำหลักการมาพิจารณากับฮวงจุ้ยบ้าน เราก็จะต้องหาทางทำให้หยินและหยางของบ้านเกิดความสมดุลย์ แนวทางจัดฮวงจุ้ยให้เกิดสมดุลย์กันสามารถทำได้ดังนี้

นอกบ้าน หน้าบ้าน : หน้าบ้าน เป็นการพิจารณาตำแหน่งของโชคลาภ โดยหน้าประตู คือ ปากทางรับโชค การรับโชคที่ดี หน้าบ้านต้องมีสภาพของความเป็นหยาง ต้องคึกคักแจ่มใส ให้ด้านหน้ามีสภาพโล่ง โปร่ง แสงแดดส่องถึง ให้มีลมเข้าและไหลเวียนดี อย่านำโต๊ะ ม้านั่ง มาบังปากทางเข้าประตูบ้านทั้งด้านในและด้านนอก บริเวณห้องรับแขกและห้องทำงานควรจัดให้อยู่บริเวณส่วนหน้าของบ้าน เพราะต้องเกี่ยวพันกับการพบปะผู้คนและเป็นบริเวณที่ทำงานเพื่อให้ก่อเกิดราย ได้ ห้องจึงต้องสว่าง โปร่ง สะอาด ดูมีชีวิตชีวา จึงต้องเติมความเป็นหยางให้มากเข้าไว้

หลังบ้าน : การพิจารณาหลัง บ้านเป็นเรื่องการพิจารณาคนว่ามีบารมี มีคนส่งเสริมสนับสนุน หรือมีสุขภาพดีหรือไม่ หลังบ้านต้องมีสภาพเป็นหยิน คือ สงบ ไม่อึกทึกจนเกินไป อาคารทางด้านหลังบ้านไม่สูงข่มจนเกินไป ห้องที่อยู่ทางด้านหลังบ้านจะต้องส่งเสริมคน เช่น ห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องน้ำ ห้องครัว ควรจัดสภาพให้เป็นหยินอย่างเหมาะสม ไม่ให้มืดจนเกินไปและยังต้องให้อากาศไหลเวียนไปบริเวณห้องเหล่านี้ด้วย

กลางบ้าน : พลังหยินและพลัง หยาง ทั้งเคลื่อนไหวและหยุดนิ่งจะมาพบกันที่กึ่งกลางของบ้าน ก่อนที่จะแปรสภาพเป็นพลังชุดต่าง ซึ่งเหินไปในตำแหน่งดีร้ายตามบริเวณต่างๆ ของบ้าน ดังนั้นบริเวณนี้จะต้องไม่มีส้วมหรือเตาไฟ มิฉะนั้นแล้วพลังของบ้านก็จะไม่มีการสะสมรวมตัวดีเท่าที่ควร เนื่องจากส้วมเป็นสิ่งปฏิกูลที่เราต้องทิ้งออกไปและยังอาจทำให้เกิดกลิ่นไม่ พึงประสงค์ไปทั่วบ้านด้วย ส่วนเตาไฟกลางบ้านก็จะทำให้บ้านร้อนเกินไป ทั้งควันและกลิ่นที่เกิดจากการทำอาหารก็จะรบกวนคนในบ้าน

ชั้นบน ชั้นล่าง : ด้านบนและ ด้านล่างควรให้มีสภาพต่างกันนั่นคือ ด้านล่างจัดให้มีสภาพเป็นหยาง ด้านบนจัดให้มีสภาพเป็นหยิน ด้านล่างเป็นที่สำหรับทำกิจกรรมต้องแต่งให้ดูเท่ มีสไตล์ โปร่ง โล่ง สว่าง แจ่มใส มีพลัง มีชีวิตชีวา ส่วนด้านบนต้องจัดให้มีพลังที่ค่อนข้างเป็นหยิน ให้ดูสลัวๆ ดูโรแมนติก เหมาะสมและสะดวกต่อการนอนหลับ หรือใช้แสงที่ดูสลัว มีสีสันอ่อนโยนก็จะทำให้เกิดความรักและเอื้ออาทรต่อคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่ให้รู้สึกแข็ง แล้ง แห้ง จืดชืด

สภาพหยินหยางนั้นเป็นการบริหารสภาพของ สิ่งเร้าของปัจจัยต่างๆ ตามความเหมาะสมและเหมาะกับกิจกรรมของห้องที่เราจะต้องใช้งานด้วย แต่ท่านอย่าลืมปัจจัยสำคัญพื้นฐานด้วยนั่นก็คือ บ้านจะมีชีวิตชีวาไม่ได้ หากขาดอากาศใหม่ๆ จากภายนอกไหลเวียนเข้าไปแทนที่อากาศเดิมของบ้าน หากท่านทำให้สภาพของบ้านท่านสมดุล โดยไม่ร้อนไป เย็นไป เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของท่าน 

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : www.100fs.com (โดย อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม)
และภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : Photos.com


โมบายแขวน ระฆังทิพย์ เพิ่มความสงบเย็นให้กับบ้าน


หลายวันก่อนหน้านี้ ทีมงานบ้านไอเดีย ได้มีโอกาสไปทำบุญวัดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนภูเขาสูง บรรยากาศที่เย็นสบายจากสายลม ได้ยินเสียงกระดิ่งระฆังกระทบกันทำให้รู้สึกเต็มอิ่ม สัมผัสได้ถึงความเย็นสงบ ทำให้คิดได้ทันทีว่า ควรหาซื้อระฆังแขวนแบบนี้มาติดไว้ที่บ้าน แต่เพื่อการประยุกต์ให้สวยงาม ดูเข้ากับสมัยใหม่ โมบาย จึงน่าจะเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ เมื่อมาศึกษาเรื่องดังกล่าวนี้แล้ว พบว่า โมบาย ยังมีประโยชน์ด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยอีกด้วย โดยตามตำราจีน เรียกว่า กังสดาล “ระฆังทิพย์” หรือ กระดิ่งลม ภูมิปัญญาไทยสมัยโบราณ ทำไว้เพื่อบ่งบอกทิศทางลม ส่วนในทางฮวงจุ้ย และความเชื่อของคนไทยสมัยก่อน เชื่อว่า โมบาย หรือ กังสดาล สามารถป้องกัน ขจัด ขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่มีอยู่ในบ้านออกไปได้ ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจ วิญาญร้าย เป็นการสะเดาะเคราะห์ แก้เคล็ด ปัจจุบัน โมบาย จึงได้มีการประยุกต์ให้เหมาะสำหรับฮวงจุ้ยมากยิ่งขึ้น ทำเป็นแท่งเหล็ก มีป้ายเขียนตัวอักษรจีน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ความมงคลต่างๆ ทั้งทางด้านการเงิน สุขภาพ ชีวิตและความเป็นอยู่ ส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัย มีความเจริญรุ่งเรือง จิตใจเย็น ผ่อนคลายทั้งกายและใจ




การแขวนโมบายนั้น แขวนไว้ในตำแหน่งใดของบ้านก็ได้ แต่ควรเป็นตำแหน่งที่โล่ง สามารถรับลมได้สะดวก มิเช่นนั้น คุณอาจจะไม่ได้ยินเสียงกระทบใดๆ เลย ส่วนใหญ่นิยมแขวนไว้บริเวณ ชายคาบ้าน หน้าบ้าน ริมหน้าต่าง กันสาด แต่หากบริเวณบ้าน ยากต่อการรับลม แนะนำให้ทำสายแขวนยาวๆ เพื่อให้ง่ายต่อการสั่นสะเทือน หรือ คุณอาจนำมาแขวนไว้บริเวณกิ่งไม้อ่อนๆ ก็จะช่วยให้เสียงกระทบ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพียงแค่มีลมพัดเข้ามาเบาๆ



ทั้งนี้ โมบาย ในยุคปัจจุบัน ยังออกแบบตามวิถีชีวิต เช่น ภาคเหนือ อีสานของไทย อาจใช้ไม้ไผ่ในการประดิษฐ์ เมื่อลมพัด ก็จะได้ยินเสียงกระทบของไม้ไผ่ ซึ่งจะให้ความรู้สึก นุ่มนวล แต่หากเป็นโลหะ จะให้ความไพเราะ เย็นสบาย หากท่านอยากได้เสียงดีๆ แนะนำให้เลือกเป็นแบบระฆัง อันเล็กๆ แขวนไว้หลายๆ อัน จะได้เสียงที่สงบเย็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ เพื่อความหลากหลาย สามารถเลือกซื้อหลายๆ แบบมาแขวนรวมกัน ก็จะได้ยินเสียงหลายโทน ให้ความไพเราะอย่างยิ่ง สำหรับโมบายกระดิ่งนี้ แม้จะไม่มีผลทางด้านฮวงจุ้ย หรือความเชื่อใดๆ แต่เมื่อได้นำมาแขวนไว้แล้ว สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีนั่นคือ ความรู้สึก สบายกาย สบายใจ เย็นสงบโดยทันที ท่านใดที่ชอบความสงบ เจริญสติ ฝึกสมาธิ เหมาะเป็นอย่างสูงครับ



ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : banidea.com
และภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : บ้านไอเดีย

โอ่งน้ำโบราณจัดสวนสวยฮวงจุ้ยดีมีสุข

   น้ำสิ่งที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้สรรพสิ่งต่างๆ ได้มีชีวิตอย่างสมบูรณ์ ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว น้ำ ยังสามารถกักเก็บพลังงานด้านดีได้ และจะยิ่งดีทวีคูณ เมื่อมีลมพัดผ่าน ก็จะเป็นลมบวกพัดสู่เข้าตัวบ้าน ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน เกิดความรู้สึกชุ่มฉ่ำ สุขภาพดี มีโชคลาภ จะว่าไปแล้ว ฮวงจุ้ยแท้จริงเกิดจากการสังเกต เป็นศาสตร์ที่มองตามความเป็นจริง เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า น้ำ มีคุณประโยชน์มากมาย

สำหรับสวนตัวอย่างนี้ ใช้โอ่งน้ำโบราณมาช่วยสร้างความเย็นสบายให้กับข้างบ้าน โดยจัดวางไว้ตรงมุมสวน ในตำแหน่งที่สูงกว่ามุมนั่งเล่น สำหรับที่นั่ง ทำแบบถาวร ด้วยการก่อปูน เพื่อทำฐานรับน้ำหนักแผ่นไม้ เป็นเก้าอี้ยาว ที่สามารถนั่งและนอนเล่นได้อย่างสบาย ประดับด้วยหมอนอิงที่มีสีสัน ทำให้สวนข้างบ้านหลังนี้ ดูสดใส สบายตา ช่วยเสริมสร้างให้ผู้อยู่อาศัย มีอารมณ์และจิตใจที่เบิกบาน




ทั้งนี้ บางท่านอาจชื่นชอบโอ่งน้ำล้น โอ่งน้ำพุ ก็สามารถนำมาประยุกต์ได้ทันที และดีต่อฮวงจุ้ยเช่นกัน ลองนำไอเดียไปตกแต่งบ้านกันนะครับ




ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : banidea.com 
และภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : WB Home

ฮวงจุ้ยห้องนอน การตกแต่งห้องนอน ตามหลักฮวงจุ้ย


สวัสดีครับ หายไปหลายวันสำหรับหมวด ฮวงจุ้ย แต่ เนื่องจากได้รับ E-mail มาขอวิธีการตั้งเตียงภายในห้องว่าควรตั้งมุมไหน อย่างไรดี ทางเว็บไซต์บ้านไอเดีย จึงได้มีกำลังใจที่จะเขียนมาให้ในวันนี้ ในส่วนของ ห้องนอนนั้น นับได้ว่า เป็นห้องที่สำคัญมากที่สุดก็ว่าได้ เนื่องจาก โดยทั่วไปในแต่ละวัน เรามักใช้เวลาภายในห้องนอน ประมาณ 35-50% ต่อวัน บางคนอาจจะใช้เวลาในวันหยุดพักผ่อนภายในห้องนอนตลอดทั้งวันเลยก็ว่าได้ ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญกับห้องนี้ เป็นพิเศษกว่าห้องอื่นๆ เช่นกัน




ตำแหน่งเตียงภายในห้องนอน หากตั้งไม่ตรงตำแหน่งที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เนื่องจาก ร่างกายของคนเราจะมีสนามพลังที่เกิดจากการไหลเวียนภายในร่างกาย หากตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เมื่อนอนหลับ สนามพลังดังกล่าวก็จะหมุนเวียนได้คล่องตัวกับสนามแม่เหล็กของโลกนั่นเอง โดยตำแหน่งที่เหมาะสม ตามหลักฮวงจุ้ยจีน มีดังต่อไปนี้

1. หลีกเลี่ยงการตั้งเตียงให้ตรงกับประตู เพราะทำให้คน ภายนอกเห็นได้ง่าย อาจรบกวนความเป็นส่วนตัว จึงส่งผลต่อการพักผ่อน อีกทั้ง ประตู ยังเป็นทางผ่านของพลังลมด้วย เมื่อเตียงอยู่ตรงกับทางผ่านลม ร่างกายก็ย่อมได้รับผลกระทบไปเต็มๆ จึงไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง

2. หลีกเลี่ยงการตั้งหัวเตียงอยู่ใกล้ประตู เพราะหาก บังเอิญมีคนเดินผ่าน หรือเปิดประตูเข้ามา อาจทำให้การผักผ่อนของคุณเป็นไปอย่างสะดุด พักผ่อนไม่เต็มที่ เพราะอาจตกใจตื่นได้โดยง่าย

3. ควรวางเตียงในแนวทิศเหนือใต้ ตามหลักวิทยาศาสตร์ นั้น การวางเตียงในแนวเหนือใต้เป็นการคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เลือดหมุนเวียนสอดคล้องกับแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้ผู้อาศัย นอนหลับได้ง่าย หลับอย่างสบาย และแน่นอนว่าส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย

4. หลีกเลี่ยงการวางเตียงไว้ใต้คาน ตามตำราฮวงจุ้ยจีน โบราณ กล่าวว่า การวางเตียงที่นอนไว้ใต้คาน ทำให้เกิดความกดดัน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะบริเวณศรีษะ อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวเหมือนมีอะไีรมากดทับ อาจส่งผลให้ล้มป่วยได้ง่าย

5. หลีกเลี่ยงการนำอุปกรณ์แขวน มาไว้บนหัวเตียง อุปกรณ์ ประเภทแขวน อย่างเช่น โคมไฟ พัดลม กรอบรูป หรืออื่นๆ ไม่ควรนำมาไว้บนหัวเตียง เนี่ยงจากทำให้เกิดแรงกดดันเช่นเดียวกับการไว้เตียงไว้ใต้คาน ส่งผลให้ผู้นอน ล้มป่วยได้ง่าย สุขภาพไม่ดี

6. หลีกเลี่ยงการวางกระจกไว้หน้าเตียง อาจทำให้ผู้นอนเกิดภาวะจิตใจหดหู่ได้ อ่อนแอ และนอนหลับไม่สนิท

7. หลีกเลี่ยงการวางเตียงตรงกับประตูห้องน้ำ หากประตู ห้องนอนอยู่ตรงกับเตียง ทำให้ความชื้นส่งผลกระทบเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย เมื่อร่างกายสัมผัสความชื้น ก่อให้เกิดการเจ็บป่วย ไม่สบาย ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง อีกทั้ง หากมีการเข้าออกห้องน้ำ อาจทำให้ผู้นอน เกิดการนอนหลับไม่สนิทได้เช่นกัน

8. หลีกเลี่ยงการปล่อยหัวเตีัยงให้โล่ง หัวเตียงเปรียบเสมือนความมั่นคง ตามหลัก ฮวงจุ้ยจีน โบราณ กล่าวว่า การหันหัวเตียงให้ชนกับผนัง เป็นการสร้างความมั่นคง แต่หากหัวเตียงโล่ง อาจทำให้ผู้อาศัย เกิดความไม่มั่นคงได้ และหากหันหัวเตียงอยู่ชิดติดเสา จะเเท่ากับว่า เตียงชิดผนังแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ก็ยังไม่เป็นตำแหน่งที่ดีตามหลัก ฮวงจุ้ย เช่นกัน

9. หลีกเลี่ยงการวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ปลายเตียง เพราะถือว่า เป็นการแสดงความไม่เคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างร้ายแรง

10. หลีกเลี่ยงการจัดวางเตียงไว้ใต้บันได ตามหลักฮวงจุ้ย ถือ ว่า การวางเตียงไว้ใต้บันได ไม่ต่างอะไรกับการไว้ไว้ใต้คาน ส่งผลกระทบเช่นเดียวกับการไว้ใต้คาน อีกทั้ง ยังส่งผลการรบกวน เมื่อมีผู้อื่นเดินผ่านบันได อาจส่งผลให้ผู้นอนอาศัย พักผ่อนอย่างไม่สนิท อีกทั้ง อาจทำให้ก่อเกิดฝุ่นล่วงหล่นกระจายอีกด้วย ทำให้ผู้อยู่อาศัย สุขภาพไม่แข็งแรง เกิดอาการภูมิแพ้ได้โดยง่าย

สรุปการวางตำแหน่งเตียงนอน ให้ถูกต้องตามหลัก ฮวงจุ้ย จีนโบราณนั้น ให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก หากวางในตำแหน่งที่ถูกต้อง ก็จะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัย มีสุขภาพกาย และใจ ที่แข็งแรงสมบูรณ์ ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ การพักผ่อนที่ดี ย่อมส่งผลต่อสภาพชีวิตที่ดี หากเราสังเกตุกันโดยง่าย วันใดก็ตาม ที่มีการพักผ่อนอย่างเต็มที่ นอนหลับสนิท ตื่นมาวันรุ่งขึ้นเราจะมีสุขภาพจิตที่ดี พร้อมที่จะลุยกับทุกๆ สถานการณ์ จะดีแค่ไหน หากเป็นเช่นนั้น ทุกๆ วัน วันนี้ ขอจบ บทความ ฮวงจุ้ย กับตำแหน่งของเตีบงนอน ไว้เพียงเท่านี้ หากท่านใดต้องการเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม ส่งคำถามมาได้ที่ Fanpage ของเว็บไซต์ บ้านไอเดีย ดอทคอมนะครับ

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : banidea.com

ฮวงจุ้ย บ้านในซอยตัน มีผลดีผลเสีย



สำหรับใครที่ปลูกบ้านอาศัยอยู่ในซอยตันที่มีทางออกทางเดียวหรือเป็นหลังสุดท้าย ตามตำรา ฮวงจุ้ย บอกไว้ว่าอาจจะเกิดผลเสียต่อผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน จะแก้ไขอย่างไรให้ดีขึ้นตามหลักฮวงจุ้ย มาดูกัน



ทำเลปลูกบ้าน
ซอยตันนั้นเป็นทำเลอุดตัน ไม่มีการไหลเวียนเคลื่อนไหวของชี่ ทำให้เกิดชี่ตาย ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยในทำเลดังกล่าวขาดโชคลาภ เพราะหน้าบ้านไม่มีกระแสที่เคลื่อนไหว โดยเฉพาะหากเป็นร้านค้าจะส่งผลเสียอย่างยิ่ง ในแง่ตรรกศาสตร์เราจะพบทั้งข้อดีและข้อเสียของการปลูกบ้านในซอยตัน

ข้อดีของการปลูกบ้านในซอยตัน
สำหรับข้อดี บ้านอาศัยอยู่ในซอยตันจะได้รับความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก เนื่องจากมีเพื่อนบ้านเพียงไม่กี่หลัง แล้วก็จะไม่มีใครอื่นจะเข้ามาในซอยอีกเนื่องจากเป็นซอยตัน หลายคนชอบความเป็นส่วนตัวไม่จอแจ ไม่ต้องคอยระวังรถราที่ผ่านเข้าออกแต่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีเพียงอย่างเดียว การปลูกบ้านในซอยตันก็มีผลเสียเช่นกัน

บ้านซอยตัน บ้านหลังสุดท้าย
ข้อเสียของการปลูกบ้านในซอยตัน

ประการแรก เรื่องความสะดวกในการเดินทาง เพราะสามารถเข้าออกได้เพียงทางเดียว โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในซอยลึก

ประการที่สอง เรื่องความปลอดภัย หากเกิดเหตุไฟไหม้บริเวณต้นซอยหรือกลางซอย บ้านหลังท้าย ๆ ในซอยตันจะเกิดความยากลำบากในการหลบหนี จึงถือว่าเป็นจุดที่เสี่ยงค่อนข้างมาก ถึงแม้ว่าโอกาสที่จะเกิดเหตุจะมีน้อยก็ตามที

ประการที่สาม ผลกระทบที่อยู่ด้านหลังกำแพง หากด้านหลังเป็นที่รกร้างไม่ใช้ประโยชน์ ก็อาจเป็นที่อยู่ของสัตว์ร้าย เช่น งู และยังเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้เข้ามาโจรกรรมได้ หรืออาจมีการนำเอาพื้นที่ว่างหลังกำแพงมาใช้สำหรับทิ้งขยะมูลฝอยของชุมชน

ผลของบ้านอาศัยอยู่ในซอยตัน ยังทำให้ที่ดินบริเวณนั้นไม่สูงกว่าบริเวณอื่น เพราะถือเข้าออกได้เพียงทางเดียวอย่างที่กล่าวมาแล้ว เห็นไหมครับ แค่นี้ดูเหมือนไม่มีอะไร จะส่งผลกระทบมากมายขนาดนี้ ใครที่กำลังคิดจะซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน บริเวณบ้านอาศัยอยู่ในซอยตัน ก็ลองคิดกันให้ดีก่อนนะครับ ว่าข้อดี ข้อเสีย มีผลกระทบหรือไม่

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : Horolive
และภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : Photos.com

เปลี่ยนดวงชะตาให้ดีขึ้น ด้วยฮวงจุ้ยประตูบ้าน

เปลี่ยนดวงชะตาให้ดีขึ้น ด้วยฮวงจุ้ยประตูบ้าน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ว่ากันว่าประตูบ้านของเรานี่แหละ ที่เป็นตัวรับพลังงานเข้ามาในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายก็ตาม ดังนั้นการจัดประตูหน้าบ้านตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับบ้านของตัวเองจึงถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยที เดียว และเพื่อให้เพื่อน ๆ มีโอกาสเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานมากขึ้น รวมทั้งมีความสุขร่ำรวยเงินทอง วันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมเทคนิคการ ตกแต่งประตูตามหลักฮวงจุ้ยประตูบ้านมาฝากกันแล้ว ซึ่งแต่ละอันนั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่ใช้เวลาสั้น ๆ ก็เพียงพอแล้ว ไม่เชื่อก็ลองไปดูกันเลย

1. ทาสีประตูเพื่อโชคลาภ
ก่อนอื่นเพื่อให้พลังงานหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก ก็ต้องทำประตูบ้านนั้นให้เหมาะเสียก่อน โดยเคลียร์ของรกเกะกะ เช่น กล่องพัสดุที่ตั้งตามพื้น หรือรองเท้า ออกไปให้หมด อย่าได้กองไว้รกหูรกตาเชียว นอกจากนี้ก็ต้องเลือกใช้สีจำพวกน้ำตาลแดงหรือเขียวเป็นสีของประตูด้วย โดยสีแดงนั้นหมายถึงความสมบูรณ์พูนสุข ในขณะที่สีเขียวช่วยเรื่องการเงิน ส่วนใครที่ไม่ได้มีประตูบ้านเป็นสีที่ว่า ก็ได้เวลาหยิบแปรงทาสีขึ้นมาโชว์ฝีมือกันแล้วล่ะ

2. โมบายสีสดใส

การเอาโมบายลวดลายน่ารักสีสันสดใสไปติดประดับเอาไว้บริเวณหน้าบ้าน นอกจากจะช่วยให้ดูมีชีวิตชีวาน่ามองขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ความสัมพันธ์ของคุณและครอบครัว รวมไปถึงคนรอบข้างแน่นแฟ้นขึ้นอีกด้วย ซึ่งเทคนิคนี้จะได้ผลมากขึ้นอีก หากปูพรมหน้าบ้านควบคู่ไว้ด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้นการติดไฟหน้าบ้านเอาไว้ด้วย ก็จะยิ่งช่วยเสริมให้สีสันของโมบายดูสวยขึ้น แถมยังเป็นตัวเสริมเรื่องโอกาสดี ๆ ในชีวิตด้วยจ้า

3. กำจัดต้นไม้ที่ตายแล้วออกให้หมดแม้ว่าการปลูกไม้ประดับไว้บริเวณหน้าบ้าน โดยเฉพาะพวกมาลัยดอกไม้ที่คล้องอยู่ตรงประตู จะเป็นตัวช่วยเสริมโชคดีได้ แต่ในทางตรงกันข้าม หากไม้ประดับเหล่านั้นยังคงถูกแขวนหรือตั้งเอาไว้ทั้งที่แห้งเหี่ยวตายไป แล้ว ก็จะทำให้คุณดวงตก ใครที่คิดจะปลูกจึงต้องคอยหมั่นดูแลให้ดี รวมทั้งขยันเปลี่ยนไม้ประดับให้สดใหม่อยู่เสมอ

4. ประตูหลังและประตูหน้าไม่ควรอยู่ตรงกัน
พลังชี่มักจะเข้ามาในบ้านผ่านประตูหน้า และออกไปทางประตูหลัง ดังนั้นหากประตูทั้งสองอยู่ตรงกัน พลังงานดังกล่าวก็จะถูกถ่ายเทออกไปอย่างรวดเร็ว เราจึงควรทำประตูทั้งสองบานให้อยู่คนละทิศทางเอาไว้ อย่างไรก็ดี หากบ้านของคุณถูกสร้างขึ้นมาแบบนั้นแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปรีโนเวทใหม่ให้ยุ่งยาก แต่แก้ด้วยวิธีเอาเฟอร์นิเจอร์ไปกั้นกลางไว้ด้วยการจัดมุมนั่งเล่นบริเวณ นั้นแทนก็ช่วยได้เหมือนกันค่ะ

5. ประดับด้วยรูปปั้น

ว่ากันว่าทางเดินเข้าบ้านนั้นก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญด้วยเหมือนกัน เพื่อเป็นตัวเรียกโชคลาภเข้ามาในบ้าน ซึ่งการเอารูปปั้นที่ประณีตงดงามไปตกแต่งบริเวณทางเดิน หรือข้างประตูบ้านจะได้ช่วยนำสิ่งดี ๆ เข้ามาหาผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะถ้าเป็นรูปปั้นสิ่งมีชีวิต เช่น สัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะสิงโต หรือมังกร ตามความเชื่อของคนจีน ก็จะเป็นตัวช่วยปกป้องผู้คนในบ้านให้ปราศจากอันตรายอีกด้วย

6. ทางเดินเข้าบ้านต้องโค้ง
เพื่อเสริมสร้างโชคลาภที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ทางเดินลัดเลาะสนามหญ้าเข้าสู่ตัวบ้านของคุณ ควรเป็นแบบโค้งมนเท่านั้น ห้ามเป็นแนวตรงเด็ดขาด โดยวิธีนี้จะช่วยให้พลังงานที่ดีเข้าสู่ตัวบ้านได้ รวมทั้งสกัดกั้นสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาในบ้านในเวลาเดียวกัน มันจึงสามารถใช้เสริมโชคลาภให้กับเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

เพื่อให้โอกาสดี ๆ เข้ามาในชีวิตมากขึ้น อย่าลืมลองไปจัดแต่งประตูของคุณตามฮวงจุ้ยประตูบ้านกันดูนะคะ เพราะของแบบนี้แม้จะเป็นความเชื่อที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ก็ได้ทำให้ชีวิตของหลาย ๆ คนดีขึ้นมาแล้วเหมือนกัน ไม่แน่ว่า..อาจทำให้โชคดีเข้ามาหาตัวอย่างคาดไม่ถึงเลยก็ได้

 ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : กระปุกดอทคอม

ฮวงจุ้ยแบบบ้านตั้งอย่างไรให้ถูกหลัก


การสร้างบ้าน หรือการเลือกซื้อบ้านสักหลัง สิ่งสำคัญที่ควรจะนึกถึงก็คงจะเป็นเรื่องของ “รูปทรงบ้าน” เพราะรูปทรงบ้านถือเป็นจุดขายอย่างหนึ่ง โครงการต่างๆ ก็พยายามเน้นในเรื่องของรูปทรงบ้านที่สวยหรูหราดูทันสมัย เพื่อจูงใจลูกค้า
 

ตามหลักฮวงจุ้ย ก็มีการพูดถึงเรื่องของรูปทรงบ้านเอาไว้เหมือนกัน ผมเลยนำมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อใครกำลังมองหาบ้านจะได้มีข้อสังเกตในการเลือกบ้านที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย

ตำราฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ชัดเจนในเรื่องของรูปทรงบ้าน โดยให้พิจารณาปัจจัย ดังต่อไปนี้


1. บ้านทรงสี่เหลี่ยม 


รูปทรงบ้านที่เป็นสี่เหลี่ยมถือว่าเป็นรูปทรงที่ถูกต้องที่สุดในทางฮวงจุ้ย เพราะบ้านจะไม่มีส่วนเว้าส่วนเกิน แต่ในปัจจุบันการจะหาบ้านรูปทรงสี่เหลี่ยมเต็มๆ คงจะหายาก สถาปนิกเองก็คงไม่แฮปปี้นักกับการออกแบบบ้านรูปทรงเหมือนกล่องแบบนี้ เพราะดูไม่มีดีไซน์ ไม่มีกึ๋นว่างั้นเถอะ นอกจากนี้ยังมองดูทื่อๆขาดความสวยงาม ซึ่งผมก็เห็นด้วยในเรื่องนี้
หลายคนยังเข้าใจผิดในเรื่องของบ้านเว้าแหว่ง บางคนกลัวบ้านจะผิดฮวงจุ้ย ให้สถาปนิกออกแบบบ้านทรงสี่เหลี่ยมเต็ม เหมือนกันตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์เลย ความจริงแล้วไม่ต้องไปซีเรียสขนาดนั้น
รูปทรงบ้านอาจจะมีส่วนเว้าหรือส่วนเกินบ้าง ก็คงไม่ผิดกติกาอะไร ถ้าส่วนเว้าส่วนเกินนั้น ไม่มากจนเกินไป เช่น เว้าหรือเกินจากตัวบ้านไม่เกิน 1 ใน 3 ของตัวบ้าน อย่างนี้ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าเกิน 1 ใน 3 ขึ้นไป จะถือว่า บ้านมีส่วนเว้าเกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นจะต้องพิจารณากันให้ดีนะครับ


 2. บ้านเสือขาว-มังกรเขียว 


บ้านอีกลักษณะหนึ่งที่ถือว่าเป็นลักษณะของรูปทรงที่ถูกหลักฮวงจุ้ย ก็คือ บ้านเสือขาว-มังกรเขียว ลักษณะของรูปทรงบ้าน จะมีการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนที่เป็นประธาน จะอยู่ตรงกลาง และส่วนที่เป็นปีกทั้งสองข้าง (ซ้าย-ขวา)

บ้านรูปทรงแบบนี้จะได้องค์ประกอบของประธานและบริวาร ในทางฮวงจุ้ยจะถือว่า เป็นบ้านที่มีกำลัง แต่มีข้อสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ ส่วนที่เป็นประธานจะต้องสูงกว่าอาคารที่เป็นปีกทั้งสองข้าง และอาคารด้านซ้ายซึ่งเป็นตำแหน่งของมังกรเขียว ห้ามต่ำกว่าอาคารด้านขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งเสือขาว ถ้าเท่ากันหรือสูงกว่าไม่เป็นไร

การพิจารณาอาคารว่า อยู่ซ้ายหรือขวา ให้เจ้าของบ้านไปยืนในบ้านแล้วมองออกมาหน้าบ้าน ซ้ายคือมังกรเขียว ขวาคือเสือขาว รูปทรงบ้านแบบนี้ ส่วนใหญ่บ้านจะต้องมีพื้นมากพอสมควร ถ้าพื้นที่น้อยก็ไม่เหมาะที่จะใช้รูปบ้านแบบนี้

 3. บ้าน 5 ธาตุ 


ตามหลักฮวงจุ้ยจะพิจารณารูปทรงบ้านตามลักษณะของทิศทาง บ้านอยู่ทิศใดก็ให้ใช้รูปทรงบ้านตามทิศนั้น ทิศจะให้ความหมายของธาตุและรูปทรง โดยแบ่งออกเป็น 5 ธาตุตามทิศ ดังนี้

 4. บ้านรูปทรงเฉพาะอย่าง 

กรณีบ้านทรงไทย ถือเป็นบ้านที่มีรูปทรงที่แตกต่างจากบ้านทั่วๆไป และเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม (ธาตุไฟ) ในทาง ฮวงจุ้ยถือว่า เป็นรูปทรงที่แรง ผู้ที่อยู่บ้านลักษณะนี้ได้ จะต้องมีกำลังธาตุที่แข็งพอ ไม่เช่นนั้นจะอยู่ไม่ได้ คนโบราณจึงมักจะกล่าวเอาไว้ว่า บ้านทรงไทยเหมาะกับคนที่มีบารมีสูง เป็นเจ้าขุนบุญนาย เป็นเจ้าเมือง คนธรรมทั่วไปที่ไม่มีบารมี อยู่แล้วจะไม่เจริญ พูดง่ายๆภาษาชาวบ้านก็จะบอกว่า “บารมีไม่ถึง” นั่นเอง

ลองสังเกตกันดู รูปทรงไทยจะคล้ายกับวัด เพราะมีจั่วทรงสามเหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พระที่อยู่ในวัดเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ รักษาศีล เป็นผู้ที่มีบารมีสูง จึงสามารถอยู่ในอาคารรูปทรงแบบนี้ได้ คนที่จะอยู่บ้านทรงไทย ก็เช่นเดียวกัน จึงต้องมีบารมีสูงถึงจะอยู่ได้


 บ้านทรงโรมัน บ้านลักษณะนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมกันมากพอสมควร โดยจะมีเสาต้นใหญ่เป็นเอกลักษณ์ มองดูแล้วให้ความรู้สึกที่หรูหรา อลังการ ใหญ่โตโอ่อ่า ซึ่งรูปทรงบ้านแบบนี้จะเหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่กว้างมากๆ โดยด้านหน้าควรจะมีสนามโล่ง เพื่อเป็นลานรับพลัง (เหม่งตึ้ง) จึงจะถือว่าดี เพราะรูปทรงโรมัน จะมีเสาขนาดใหญ่อยู่หน้าบ้าน ถ้าหน้าบ้านไม่กว้าง เสาก็จะกลายเป็นสิ่งกีดขวางพลังที่จะไหลเข้าบ้านได้
แต่ปัจจุบันการนำรูปทรงโรมันมาใช้กับบ้านหลังเล็กๆ ที่มีพื้นที่น้อยมีให้เห็นกันมาก ในทางฮวงจุ้ยถือว่าเสีย เพราะเสาต้นใหญ่ที่อยู่หน้าบ้าน จะกลายเป็นอุปสรรค ขวางทางชี่ที่จะไหลเข้าบ้าน เพราะพื้นที่บริเวณหน้าบ้านไม่มี หรือมีน้อย นั่นเอง เพราะฉะนั้นการนำรูปทรงโรมันมาใช้ จะต้องคำนึงถึงพื้นที่บ้านเป็นสำคัญ


ปัจจัยทั้ง 4 ข้อ เป็นเพียงข้อสังเกตคร่าวๆเท่านั้น ความจริงจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ แต่ค่อนข้างจะซับซ้อนเกินไป เอาแค่นี้ก็น่าจะพอนะครับ อย่างน้อยถ้าเลือกได้ตามนี้ ก็ถือว่าเลือกรูปทรงบ้านได้ถูกหลักฮวงจุ้ยแล้ว?


โดย อ.มาโนช ประภาษานนท์ 

 ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก :Homegang

ฮวงจุ้ยห้องน้ำ แบบไหนเหมาะกับคุณ

กลิ่นและบรรยากาศในห้องน้ำ เสริมฮวงจุ้ยได้อย่างไร

เคยไหมที่เข้าไปในห้องน้ำ แล้วรู้สึกมึนศีรษะ ตาลาย เนื่องจากกลิ่น และสภาพที่ไม่พึงประสงค์ ความสะอาดในห้องน้ำไม่ใช่เพียงจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตของคนในครอบครัวแล้วยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสริมบารมี โชคลาภ ตามหลักของฮวงจุ้ยอีกด้วย เพราะฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์ที่มีความละเอียด ใส่ใจกับสิ่งเล็กๆ ซึ่งบางทีเราอาจจะมองข้ามไป ทำให้อาจจะลืมนึกถึง หรือใส่ใจ อย่างเช่นเรื่องในห้องน้ำ ฮวงจุ้ยห้องน้ำ เพื่อเสริมดวงความรัก การงาน โชคชะตา มีดังนี้ค่ะ
  1. ห้องน้ำ เป็นห้องที่มีน้ำ เต็มไปด้วยน้ำ ทั้งยังหมายความรวมไปถึงมีความชื้นมาก และหากในห้องน้ำมีความชื้นมากจนเกินไป เช่น มีน้ำขัง การระบายน้ำไม่ดี จะส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้าน กระทบต่อดวงชะตาด้านความรัก หน้าที่การงาน ของเจ้าของบ้าน เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้มีความชื้นในห้องน้ำมากเกินไป
  2. กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เกิดจากการถ่ายเทอากาศไม่สะดวก เนื่องจากในปัจจุบันห้องน้ำส่วนใหญ่จะมีขนาดที่เล็ก และไม่มีหน้าต่าง อากาศจึงไม่หมุนเวียน การใช้สเปรย์กำจัดกลิ่นคงไม่ได้ผลดีเท่ากับ การหาต้นไม้หรือดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมมาวางไว้ในห้องน้ำ นอกจากความสวยงามของดอกไม้จะทำให้สดชื่น จิตใจสงบแล้ว ดอกไม้ยังสามารถเสริมชะตาชีวิตให้ดีขึ้นได้อีกด้วย  การขจัดกลิ่นอีกวิธีหนึ่งคือ การติดตั้งพัดลมระบายอากาศ และเปิดบ่อยๆเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามาแทนที
  3. แสงสว่าง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ยิ่งเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุอยู่ หากมีแสงสว่างไม่เพียงพอ อาจจะเกิดอุบัติเหตุ สะดุด ลื่นล้ม ได้ ทางที่ดีควรตรวจตราว่า ในห้องน้ำมีแสงเพียงพอ และพอดีหรือไม่  ไม่ควรให้น้อยจนมืด หรือมากจนจ้า-การจัดวางสิ่งของเครื่องใช้ เช่น สบู่ แชมพู ควรวางให้อยู่ในตำแหน่งที่ง่าย สะดวกต่อการหยิบใช้  และให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
  4. ความสะอาด หมั่นดูแลรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ถึงห้องน้ำจะไม่มีกลิ่นแล้ว แต่หากสกปรก ก็จะยังส่งผลเสียต่อคนในครอบครัวเหมือนกัน อย่าปล่อยให้ห้องน้ำเป็นแหล่งหมักหมมของเชื้อโรคและความสกปรก
หากภายในห้องน้ำมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีกลิ่น สะอาด แสงสว่างเพียงพอ ผลที่ได้ในทันที คือ ความสบายใจ ไม่ต้องหงุดหงิด รำคาญใจเมื่อเข้าห้องน้ำ สุขภาพจิตดี สุขภาพกายเยี่ยม เพียงเท่านี้ก็คุ้มค่าสำหรับการดูแลใส่ใจห้องน้ำแล้วใช่ไหมค่ะ

ขอขอบคุณบทความดีๆเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยบ้าน จาก : banidea.com

ฮวงจุ้ยจัดยังไงให้อยู่แล้วรวย

ช่วงนี้ราคาของกินของใช้ ค่ารถโดยสาร ค่าน้ำมัน ต่างก็พร้อมใจกันขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย มีอย่างเดียวที่ไม่ขึ้นตาม คือ เงินเดือน รายได้กับรายจ่ายจึงเกิดความไม่สมดุลกัน บางคนพยายามประหยัดค่าใช้จ่ายลง บางคนหางานเสริม เพื่อที่จะทำให้มีรายได้เพียงพอ แต่ก็ยังเกิดความติดขัดอยู่นั้นเอง
วันนี้จึงขอเสนอหลักฮวงจุ้ยบ้านให้ เข้ากับเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้สักหน่อย มาดูกันค่ะ ว่าบ้านแบบไหน ลักษณะใด ที่อยู่แล้วจนแบบไหนรวย จะได้ทำการปรับปรุงแก้ไข เผื่อว่าอะไรๆมันจะดีขึ้น บ้านที่อยู่แล้วจน หรือรวยช้ากว่าคนอื่น ตามหลักฮวงจุ้ย มีลักษณะดังนี้ค่ะ

บ้านที่อยู่ใต้สะพาน ทำให้มองไม่เห็นหน้าบ้าน
บ้านที่อยู่สูงกว่าถนน หากสูงกว่าถนนไม่มาก ก็ไม่เป็นไร แต่หากว่าสูงกว่าถนนมาก เชื่อว่า จะทำให้โชคลาภเข้าบ้านไม่ได้
บ้านที่อยู่ต่ำกว่าถนน หากไม่ต่ำกว่าถนนครึ่งฟุตก็ไม่เป็นไร แต่หากต่ำกว่านั้น จะทำให้โชคลาภไม่ดี
บ้านที่มีประตู หน้าต่างจำนวนมาก จะทำให้เจ้าของบ้านเก็บเงินไม่อยู่ มีค่าใช้จ่ายเยอะ
บ้านที่เปิดประตู แล้วเจอบันได บ้านลักษณะนี้จะมีรายได้เข้ามา แต่ค่าใช้จ่ายก็จะเยอะตามมาเช่นกัน
บ้านที่มีบริเวณที่ไม่สะอาด มีขยะ น้ำเน่าเสีย อับชื้น หากบริเวณบ้านมีลักษณะเช่นนี้ จะทำให้การทำมาค้าขายติดขัด ไม่ดี จะไม่มีโชคลาภเข้าบ้านนี่เป็นแค่หลักการฮวงจุ้ยเท่านั้นนะค่ะ

ทั้งนี้สิ่งดังกล่าวก็เป็นเพียงปัจจัย ที่อาจส่งผลให้เกิดความไม่เป็นมงคลเอาได้ สิ่งสำคัญมากกว่านั้น นั่นคือ การเลือกใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง เลือกใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็น ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ยึดติดกับกระแสของสังคมและค่านิยมต่างๆ หากเรานำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพียงเท่านี้ ต่อให้บ้านไม่ถูกหลักฮวงจุ้ย เราก็ไม่มีทางที่จะจนอย่างแน่นอน ขอเพียงให้เข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง และนำมาใช้อย่างจริงจัง ไม่เกียจคร้าน รับรองได้ว่า รวยกันทุกบ้าน


ขอบคุณข้อมูลจาก banidea.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com